มอเตอร์คอล์ยเย็นไม่ทำงาน , เบรคเกอร์ตัดเอง,ไฟช็อต ไหม้, มีน้ำยาแอร์รั่วออกมา,แอร์เป็นน้ำแข็ง,น้ำหยด,แอร์ไม่เย็น,คอล์ยร้อนไม่ทำงาน,แอร์ไม่เย็น

 

cp1

อาการคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน

เกิดจากสาเหตุ
magnetic เสีย (ทำหน้าที่เป็นสวิทช์เปิดปิด ให้ไฟผ่านไปยังคอมเพรสเซอร์ เป็นอุปกรณ์ที่อาศัยการทำงานโดยอำนาจแม่เหล็กในการเปิดปิดหน้าสัมผัสในการควบคุมวงจรมอเตอร์หรือเรียกว่าสวิตช์แม่เหล็ก (Magnetic Switch) ต้องเปลี่ยน magnetic
ระบบไฟชำรุด เช่น สายไฟขาย สายไฟหลุด เช็คจุดที่เสียหายแล้วทำการแก้ไขให้เรียบร้อย
แคปสตาร์ท(Cap Start)เสีย ต้องทำการเปลี่ยนแคปสตาร์ท(Cap Start)
แผงควบคุมคอยล์เย็นเสีย ต้องทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
คอมเพรสเซอร์(compressor)เสีย ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์(compressor) ใหม่


น้ำยาแอร์ขาด น้ำยาแอร์รั่ว 

เกิดจากสาเหตุ

ถ้าเราเพึ่งล้างแอร์ไปได้ไม่กี่เดือน นักสืบอย่างเราจะไม่จบแค่นั้น หาสาเหตุกันต่อค่ะ คราวนี้ลองไปดูตามท่อน้ำยาแอร์กันหน่อยซิ๊ มีน้ำแข็งเกาะ น้ำหยดติ๋งๆอยู่รึเปล่า? ถ้ามีแสดงว่า น้ำยาแอร์รวมตัวกัน ทลายกองทัพฝ่ายหน้าได้สำเร็จ พยายามจะเป็นไทออกจากท่อให้ได้ ~~ ก็ว่าไปนั่นค่า จริงๆคือเกิดการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ ทำให้น้ำยาแอร์ขาด แอร์เลยมีแต่ลมๆออกมา (กรณีนี้ก็เรียกช่างแอร์ค่ะ)


 

coilair

 

อาการคอยล์เย็นแอร์ (ตัวทำความเย็น) เสียงดัง

เกิดจากสาเหตุ
– แอร์สกปรก ล้างทำความสะอาดด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
– มอเตอร์เสื่อมสภาพ ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์
– ประกอบแอร์หลังล้างไม่ดี ตรวจสอบจุดที่ไม่ดีประกอบใหม่


ท่อแอร์เป็นน้ำแข็ง

มีสาเหตุจาก
– น้ำยาขาด ทำการตรวจเช็คน้ำยาแล้วในกรณีน้ำยาแอร์ขาดมากให้ทำการหาจุดรั่วแล้วทำการเชื่อมอุดรอยรั่ว
– คอยล์เย็นสกปรก ต้องทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง


อาการน้ำหยดที่คอยล์เย็น

มีสาเหตุจาก
แอร์สกปรก ต้องทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
ข้อต่อท่อน้ำทิ้งหลุด ทำการตรวจเช็คหาจุดที่หลุด
ท่อน้ำทิ้งตัน ทำการฉีดไล่ด้วยปั๊มแรงดันสูง


อาการแอร์มีกลิ่นอับชื้น

มีสาเหตุจาก
ในห้องมีความชื้นสูง ตั้งโหมดลดความชื้นที่ตัวแอร์
แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
เดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำ ทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่


อาการน้ำหยดที่คอยล์เย็น รั่วไม่หาย

มีสาเหตุจาก
มีการตันที่ถาดน้ำทิ้งด้านหลังตัวแอร์ ทำการตัดคอยล์เย็นลงมาทำการถอดชิ้นส่วนและฉีดล้างให้ทั่ว
อาการคอยล์ร้อนเสียงดัง ( ตัวระบายความร้อน )

มีสาเหตุจาก
มอเตอร์พัดลมเสีย ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์
ใบพัดลมตีกับโครงแอร์ ทำการตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกัน
มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง ทำการตรวจเช็ค
แมกเนติกเสื่อม ต้องทำการเปลี่ยนแมกเนติก
อาการรีโมตแอร์ไม่ทำงาน

มีสาเหตุจาก
ถ่านหมด ต้องทำการเปลี่ยนถ่าน
ตัวรับสัญญาณเสีย ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
รีโมตเสีย ทำการเปลี่ยนรีโมต
กะเปาะวัดอุณหภูมืเสีย ทำการเปลี่ยนกะเปาะวัดอุณหภูมื
อาการบานสวิงที่คอยล์เย็นแอร์ไม่ทำงาน

มีสาเหตุจาก
มอเตอร์สวิงเสีย ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์สวิง
ขาบานสวิงหัก ต้องทำการเปลี่ยนขาบานสวิง
แผงควบคุมเสีย ต้องทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต

แอร์ไม่เย็น ( คอมเพรสเซอร์ทำงาน ) น้ำยาแอร์ขาด เติมน้ำยาเข้าระบบแรงดัน 70-80 ปอนดต่อตารางนิ้ว
แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ทั้งคอย์ร้อนและคอยล์เย็นโดยปั๊มน้ำแรงดันสูง
คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังอัด ทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์
มีอาการตันของระบบน้ำยา
ทำการเปลี่ยนแคปทิ้ว(ตัวฉีดน้ำยา) , ไดเออร์(ตัวกรองความชื้น)
และแวคคั่มระบบเติมน้ำยาใหม่

แอร์ไม่เย็น ( คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน ) สายไฟหลุด , ขาด ทำการตรวจเช็ค หาจุดที่สายไฟขาดหรือหลุด
แมกเนติก(ตัวตัดต่อวงจรไฟฟ้า)เสีย ทำการเปลี่ยนแมกเนติก
แคปสตาร์ทเสีย ทำการเปลี่ยนแคป
แผงควบคุม(ที่คอยล์เย็น)เสีย ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
คอมเพสเซอร์เสีย ทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอยล์เย็น ( ตัวทำความเย็น ) เสียงดัง แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
มอเตอร์เสื่อมสภาพ ทำการเปลี่ยนมอเตอร์
ประกอบแอร์หลังจากการล้างไม่ดี ทำการตรวจเช็คจุดขันสกรู และเช็คการประกอบใหม่

ตามท่อแอร์เป็นน้ำแข็ง น้ำยาขาด
ทำการตรวจเช็คน้ำแล้วถ้าขาดมากให้ทำการหาจุดรั่ว
แล้วทำการเชื่อม
คอยล์เย็นสกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง

น้ำหยดที่คอยล์เย็น แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
ข้อต่อท่อน้ำทิ้งหลุด ทำการตรวจเช็คหาจุดที่หลุด
ท่อน้ำทิ้งตัน ทำการฉีดไล่ด้วยปั๊มแรงดันสูง

แอร์มีกลิ่นอับชื้น ในห้องมีความชื้นสูง ตั้งโหมดลดความชื้นที่รีโมต
แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
เดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำ ทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่

น้ำหยดที่คอยล์เย็น ( เรื้อรัง ) มีการตันที่ถาดน้ำทิ้งด้านหลังตัวแอร์ ทำการตัดคอยล์เย็นลงมาทำการถอดชิ้นส่วนและฉีดล้าง

คอยล์ร้อนเสียงดัง ( ตัวระบายความร้อน ) มอเตอร์พัดลมเสีย ทำการเปลี่ยนมอเตอร์
ใบพัดลมตีกับโครงแอร์ ทำการตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกัน
มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง ทำการตรวจเช็ค
แมกเนติกเสื่อม ทำการเปลี่ยนแมกเนติก

รีโมตไม่ทำงาน ถ่านหมด ทำการเปลี่ยนถ่าน
ตัวรับสัญญาณเสีย ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
รีโมตเสีย ทำการเปลี่ยนรีโมต
กะเปาะวัดอุณหภูมืเสีย ทำการเปลี่ยนกะเปาะวัดอุณหภูมื

บานสวิงที่คอยล์เย็นไม่ทำงาน มอเตอร์สวิงเสีย ทำการเปลี่ยนมอเตอร์สวิง
ขาบานสวิงหัก ทำการเปลี่ยนขาบานสวิง
แผงควบคุมเสีย ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต

อาการ
สาเหตุเบื้องต้น
เป็นน้ำแข็ง น้ำยารั่ว / สกปรก / มอเตอร์ไม่มีแรงหมุน
น้ำรั่ว สกปรก / ท่อน้ำตัน / น้ำยาขาด
สวิตซ์เด้ง คอมเสีย / สายไฟช๊อต / เบรกเกอร์เสีย / แค๊ปเสีย
กินไฟเกิน สกปรก / น้ำยาขาด / ห้องใหญ่ / คอมเสีย / แค๊ปเสีย
เปิดไม่ติด ฟิวส์ขาด / เบรกเกอร์เสีย / สายไฟขาด / มอเตอร์เสีย
เสียงระเบิด แค๊ปต่างๆ ระเบิด / คอมตัน / ลิ้นคอมเปิด
ไฟช๊อตในเครื่อง สายไฟโดนท่อทองแดง / คอมเสีย / มอเตอร์เสีย
เปิดแอร์ไฟตก สายหลวม / ไฟฟ้าไม่พอ / คอมเสื่อม
น้ำเกาะเป็นเหงื่อ แอร์เล็ก / แอร์สกปรก / ยางกันซึมเสื่อม / ไม่ปิดประตู
เย็นไม่ฉ่ำ สกปรก / คอมไม่มีกำลัง / ห้องใหญ่เกิน / น้ำยาขาด

คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ของแอร์ แอร์บ้าน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนสารทำ ความเย็นหรือน้ำยา (Refrigerant) ในระบบ โดยทำให้สารทำความเย็นมีอุณหภูมิ และความดันสูงขึ้น
คอยล์ร้อน (Condenser) ทำหน้าที่ระบายความร้อนของสารทำความเย็น
คอยล์เย็น (Evaporator) ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนภายในห้องมาสู่สารทำความเย็น
อุปกรณ์ลดความดัน (Throttling Device) ทำหน้าที่ลดความดันและอุณหภูมิของสาร ทำความเย็น โดยทั่วไปจะใช้เป็น แค็ปพิลลารี่ทิ้วบ์ (Capillary tube) หรือ เอ็กสแปนชั่นวาล์ว (Expansion Valve)
ระบบการทำความเย็นที่เรากำลังกล่าวถึงคือระบบอัดไอ (Vapor-Compression Cycle) ซึ่งมีหลักการทำงานง่ายๆ คือ การทำให้สารทำความเย็น หรือ น้ำยา ไหลวนไปตามระบบ โดยผ่านส่วนประกอบหลักทั้ง 4 อย่างต่อเนื่องเป็น วัฏจักรการทำความเย็น (Refrigeration Cycle) โดยมีกระบวนการดังนี้

หลักการทำงานแอร์

คอมเพรสเซอร์จะทำหน้าที่ดูดและอัดสารทำความเย็นเพื่อเพิ่มความดันและอุณหภูมิของน้ำยา แล้วส่งต่อเข้าคอยล์ร้อน
น้ำยาจะไหลวนผ่านแผงคอยล์ร้อนโดยมีพัดลมเป่าเพื่อช่วยระบายความร้อน ทำให้น้ำยาจะที่ออกจากคอยล์ร้อนมีอุณหภูมิลดลง (ความดันคงที่) จากนั้นจะถูกส่งต่อให้อุปกรณ์ลดความดัน
น้ำยาที่ไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดันจะมีความดันและอุณหภูมิที่ต่ำมาก แล้วไหลเข้าสู่คอยล์เย็น (หรือที่นิยมเรียกกันว่า การฉีดน้ำยา)
จากนั้นน้ำยาจะไหลวนผ่านแผงคอยล์เย็นโดยมีพัดลมเป่าเพื่อช่วยดูดซับความร้อนจากภายในห้อง เพื่อทำให้อุณหภูมิห้องลดลง ซึ่งทำให้น้ำยาที่ออกจากคอยล์เย็นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น (ความดันคงที่) จากนั้นจะถูกส่งกลับเข้าคอมเพรสเซอร์เพื่อทำการหมุนเวียนน้ำยาต่อไป
หลังจากที่เรารู้การทำงานของวัฏจักรการทำความเย็นแล้วก็พอจะสรุปง่ายๆ ได้ดังนี้

สารทำความเย็นหรือน้ำยา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางดูดเอาความร้อนภายในห้อง ออกมานอกห้อง จากนั้นน้ำยาจะถูกทำให้เย็นอีกครั้งแล้วส่งกลับเข้าห้องเพื่อดูดซับความร้อนอีก โดยกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดการทำงานของคอมเพรสเซอร์
คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวในระบบที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนน้ำยาผ่านส่วนประกอบหลัก คือคอยล์ร้อน อุปกรณ์ลดความดัน และคอยล์เย็น โดยจะเริ่มทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงเกินอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ และจะหยุดทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องต่ำกว่าอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ ดังนั้นคอมเพรสเซอร์จะเริ่ม และหยุดทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิห้องให้สม่ำเสมอตามที่เราต้องการ
วิธีตรวจเช็คอาการแอร์เบื้องต้น

ถ้าแอร์เกิดอาการผิดปกติ แล้วเรารู้ถึงสาเหตุการผิดปกติเหล่านั้นก่อน น่าจะทำให้รักษาแอร์ให้อยู่กับเราได้นานขึ้น ดังนั้น เราควรจะรู้วิธีในการสังเกต และแก้ไขปัญหาเหล่านั้นเบื้องต้น

อาการ แอร์ไม่เย็น ( คอมเพรสเซอร์ทำงาน )

สาเหตุ

น้ำยาแอร์ขาด
แอร์สกปรก
คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังอัด
มีอาการตันของระบบน้ำยา
การกระจายลมเย็นไม่เพียงพอ
วิธีแก้ไข

เติมน้ำยาเข้าระบบแรงดัน 70-80 ปอนดต่อตารางนิ้ว
ทำการล้างแอร์ทั้งคอย์ร้อนและคอยล์เย็นโดยปั๊มน้ำแรงดันสูง
ทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์
ทำการเปลี่ยนแคปทิ้ว(ตัวฉีดน้ำยา) , ไดเออร์(ตัวกรองความชื้น)
และแวคคั่มระบบเติมน้ำยาใหม่
ปรับปรุงการจ่ายลมเย็น

อาการ แอร์ไม่เย็น ( คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน )

สาเหตุ

สวิทซ์ควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) ไม่ทำงาน
สายไฟขาดหรือหลวม
แคปสตาร์ท (Starting Capacitor) ชำรุด
แคปรัน (Running Capacitor) ชำรุด
รีเลย์ (ถ้ามี) ผิดปกติ
โอเวอร์โหลดตัดการทำงานหรือชำรุด
แรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก
วิธีแก้ไข

ถ้าปรับสวิทซ์ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในตำแหน่งที่เย็นกว่าอุณหภูมิห้อง แต่เครื่องยังไม่ทำงานให้เปลี่ยนเทอร์โมสตัทใหม่
ตรวจสอบสายไฟและขั้วต่อสายไฟต่างๆ เช่น ที่สวิทซ์และที่ขั้วสายไฟของคอมเพรสเซอร์
ตรวจเช็คแคปสตาร์ทถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่
ตรวจเช็คแคปรัน ถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่
ตรวจซ่อมแก้ไข หรือเปลี่ยนรีเลย์ใหม่
ตรวจดูว่าความร้อนที่คอมเพรสเซอร์สูงเกินไป หรือโอเวอร์โหลดผิดปกติหรือไม่
ตรวจวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้าและทำการแก้ไข

อาการ เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน

สาเหตุ

ฟิวส์ขาดหรือไม่มีฟิวส์
สายไฟขาดหรือหลวม
แรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำ หรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก
สวิทซ์ควบคุม ขัดข้องหรือชำรุด
วิธีแก้ไข

เปลี่ยนหรือใส่ฟิวส์ใหม่
ตรวจหาตำแหน่งที่ไฟฟ้าเกิดลัดวงจร
ตรวจวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่สายไฟก่อนเข้าตัวสวิทซ์ ถ้าวัดแล้วมีแรงเคลื่อนถูกต้องแต่แรงเคลื่อนที่ผ่านออกจากตัวสวิทซ์มีค่าน้อยกว่า หรือไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนสวิทซ์ใหม่

อาการ พัดลมทำงานมีเสียงดัง (คอยล์ร้อนเสียงดัง)

สาเหตุ

พัดลมมีสิ่งแปลกปลอมหรือกระทบกับสิ่งอื่น
พัดลมหรือมอเตอร์พัดลดหลวมหรือชำรุด
ใบพัดบิดเบี้ยวไม่สมดุลย์
แมกเนติกเสื่อม
วิธีแก้ไข

ตรวจสอบตำแหน่ง และช่องว่างของพัดลมและหาสิ่งแปลกปลอม
ตรวจและขันพัดลมให้แน่นกับเพลา
ตรวจสอบการบิดเบี้ยวของใบพัด ถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่
ทำการเปลี่ยนแมกเนติก

อาการ น้ำหยดที่คอยล์เย็น

สาเหตุ

แอร์สกปรก
ข้อต่อท่อน้ำทิ้งหลุด
ท่อน้ำทิ้งตัน
ติดตั้งเครื่องเป่าลมเย็นไม่ได้ระดับ
ถาดน้ำทิ้งมีรอยรั่ว หรือมีน้ำรั่วจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ
วิธีแก้ไข

ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
ทำการตรวจเช็คหาจุดที่หลุด
ทำการฉีดไล่ด้วยปั๊มแรงดันสูง หรือ ทำการตัดคอยล์เย็นลงมาทำการถอดชิ้นส่วนและฉีดล้าง ติดตั้งเครื่องให้ได้ระดับและทำให้ถาดน้ำลาดลงไปตามทิศทางการไหล
ใช้วัสดุอุดรอยรั่ว

อาการ แอร์มีกลิ่นอับชื้น

สาเหตุ

ในห้องมีความชื้นสูง
แอร์สกปรก
เดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำ
วิธีแก้ไข

ตั้งโหมดลดความชื้นที่รีโมต
ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
ทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่

อาการ ตัวเครื่องสั่นและมีเสียงลมดังผิดปกติ

สาเหตุ

ท่อน้ำยาด้านดูดและด้านส่งสัมผัสกัน
น๊อต หรือสกรู ยึดคอมเพรสเซอร์ ฝาครอบเครื่องหรือแคปหลวม
ใบพัดลมบิดงอ หรือหลวม
พัดลมมอเตอร์ เคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ตั้ง เนื่องจากจุดที่จับยึดหลวม
วิธีแก้ไข

ดัดท่อให้เกิดช่องว่างระหว่างท่อทางด้านดูด และท่อทางด้านส่ง
ขันน๊อต หรือสกรูให้แน่น
เปลี่ยนพัดลม
ตรวจตำแหน่งให้ถูกต้อง และขันน๊อตที่ล็อคให้แน่น

อาการ คอมเพรสเซอร์สตาร์ทไม่ออก (ถ้าปล่อยไว้นานคอมเพรสเซอร์จะไหม้)

สาเหตุ

ต่อวงจรไฟฟ้าไม่ถูกต้อง
ไฟที่จ่ายไปยังเครื่องมีแรงเคลื่อนต่ำ (หรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก)
แคปรัน (Run Capacitor) เสียหายขัดข้อง
มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ไหม้
กลไกภายในคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง
วิธีแก้ไข

ตรวจเช็คและต่อวงจรไฟฟ้าใหม่
ค้นหาสาเหตุและแนวทางป้องกันแก้ไขให้ถูกต้อง
ค้นหาสาเหตุและแก้ไขแล้วเปลี่ยนแคปรันใหม่
เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

อาการ บานสวิงที่คอยล์เย็นไม่ทำงาน

สาเหตุ

มอเตอร์สวิงเสีย
ขาบานสวิงหัก
แผงควบคุมเสีย
วิธีแก้ไข

ทำการเปลี่ยนมอเตอร์สวิง
ทำการเปลี่ยนขาบานสวิง
ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
10. อาการ คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน (คอมเพรสเซอร์ไม่มีเสียง)

สาเหตุ

สวิทซ์ของเครื่องปรับอากาศยังไม่ได้เปิดหรือเปิดไม่ครบถ้วน (บางตัวอยู่ในตำแหน่ง OFF)
ไม่มีฟิวส์ หรือฟิวส์ขาด
โอเวอร์โหลดตัดวงจร (Trips)
ระบบควบคุมการทำงานของเครื่อง เช่น รีโมทคอนโทรลมีปัญหาขัดข้อง
ปรับตั้งเทอร์โมสตัทที่อุณหภูมิสูงเกินไป ทำให้เทอร์โมสตัทตัด
ติดตั้งเทอร์โมสตัทหรือชุดควบคุมอุณหภูมิในตำแหน่งที่โดนลมเย็นจากเครื่องเป่าลมเย็นโดยตรง
วงจรไฟฟ้าไม่ถูกต้องหรือเกิดการลัดวงจร
วิธีแก้ไข

ปิดสวิทซ์ที่จ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศให้ครบทุกตัว (สับสวิทซ์ให้อยู่ในตำแหน่ง ON)
ใส่หรือเปลี่ยนฟิวส์
ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าเพื่อหาสาเหตุของการตัดวงจรแล้วแก้ไขให้เรียบร้อย
เปลี่ยนหรือซ่อมแก้ไขระบบควบคุมการทำงานของเครื่อง
ปรับตั้งเทอร์โมสตัทให้อุณหภูมิทำความเย็นต่ำลง
เปลี่ยนตำแหน่งติดตั้งเทอร์โมสตัทหรือชุดควบคุมอุณหภูมิใหม่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่โดนลมเย็น
ตรวจเช็คและต่อวงจรไฟฟ้าใหม่

อาการ คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานและโอเวอร์โหลดตัดวงจร

สาเหตุ

ต่อวงจรไฟฟ้าไม่ถูกต้อง
ไฟที่จ่ายไปยังเครื่องมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำ (หรือมีแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก)
มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ไหม้
วิธีแก้ไข

ตรวจเช็ควงจรไฟฟ้าใหม่และแก้ไขให้ถูกต้อง
ค้นหาสาเหตุและหาแนวทางป้องกันแก้ไขให้ถูกต้อง
เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

อาการ โอเวอร์โหลดตัดวงจรและคอมเพรสเซอร์หยุดทำงานหลังจากที่เริ่มสตาร์ทใหม่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

สาเหตุ

มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านโอเวอร์โหลดมากเกินไป
มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าตก
โอเวอร์โหลดขัดข้อง
แคปรัน (Run Capacitor) เสียหาย ขัดข้อง
คอมเพรสเซอร์ร้อนจัด
คอมเพรสเซอร์ไหม้
วิธีแก้ไข

ตรวจเช็ควงจรไฟฟ้า มอเตอร์พัดลม การต่อสายไฟและขนาดของโอเวอร์โหลดให้ถูกต้อง
ค้นหาสาเหตุและทำการแก้ไข
ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้าและเปลี่ยนโอเวอร์โหลด
ค้นหาสาเหตุและเปลี่ยนแคปรันใหม่
ตรวจวัดสารทำความเย็น (มีการรั่วหรือไม่) ถ้าจำเป็นให้เพิ่มเติมแล้วตรวจสอบซุปเปอร์ฮีท
เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

อาการ แคปรัน (Run Capacitor) ขาด ลัดวงจร

สาเหตุ

ใช้ขนาดความจุไม่ถูกต้อง
แรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงผิดปกติ (มากกว่า 110% ของแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุด)
วิธีแก้ไข

เปลี่ยนแคปรันให้มีขนาดความจุที่ถูกต้อง
หาสาเหตุและแก้ไขให้ถูกต้อง

อาการ ท่อน้ำยาด้านดูดมีน้ำหรือเกล็ดน้ำแข็งเกาะ

สาเหตุ

พัดลมของแฟนคอยล์ยูนิตไม่ทำงาน
มีสารทำความเย็นระบบมากเกินไป
วิธีแก้ไข

หาสาเหตุและซ่อมแก้ไข
ปล่อยสารทำความเย็นออกจากระบบแล้วตรวจสอบซุปเปอร์ฮีท

อาการ ท่อน้ำยาด้านส่งมีน้ำหรือน้ำแข็งเกาะ (เฉพาะเครื่องรุ่นที่ฉีดน้ำยาที่แฟนคอยล์ ยูนิต)

สาเหตุ

อุปกรณ์กำจัดความชื้นและไส้กรองตัน
เซอร์วิสวาล์วด้านส่งเปิดไม่สุด
วิธีแก้ไข

เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่
เปิดวาล์วให้สุด

อาการ ความดันท่อน้ำยาทางด้านดูดและทางด้านส่งต่ำกว่าปกติ

สาเหตุ

สารทำความเย็นในระบบมีน้อย
วาล์วคอมเพรสเซอร์รั่วหรือชำรุด
วิธีแก้ไข

ตรวจรอยรั่วของระบบ ทำการแก้ไขและเติมสารทำความเย็นเข้าไปใหม่ให้ได้ปริมาณที่ถูกต้องแล้วทำการตรวจสอบซุปเปอร์ฮีท
เปลี่ยนวาล์วคอมเพรสเซอร์

อาการ รีโมตไม่ทำงาน

สาเหตุ

ถ่านหมด
ตัวรับสัญญาณเสีย
รีโมตเสีย
กะเปาะวัดอุณหภูมืเสีย
วิธีแก้ไข

ทำการเปลี่ยนถ่าน
ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
ทำการเปลี่ยนรีโมต
ทำการเปลี่ยนกะเปาะวัดอุณหภูมื

กรณีอาการแอร์ไม่เย็น แต่คอมเพรสเซอร์ทำงาน มีสาเหตุมาจาก แอร์สกปรก ต้องทำการล้างทั้งคอยล์ร้อนและคอยล์เย็นโดยปั้มน้ำแรงดันสูง น้ำยาแอร์ขาด ต้อง เติมน้ำยาเข้าระบบแรงดันประมาณ 70-80 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว มีอาการตันของระบบน้ำยาแอร์ ต้องทำการเปลี่ยนแคปทิ้ว (ตัวฉีดน้ำยา) ไดเออร์ (ตัวกรองความชื้น) และแวคคั่มระบบเติมน้ำยาใหม่
อาการแอร์ไม่เย็น คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน
– สายไฟหลุด(ขาด) ต้องทำการตรวจเช็ค หาจุดที่สายไฟขาดหรือหลุด
– แมกเนติก (ตัวตัดต่อวงจรไฟฟ้า) เสีย ต้องทำการเปลี่ยนแมกเนติก
– แคปสตาร์ทเสีย ต้องทำการเปลี่ยนแคป
– แผงควบคุม (ที่คอยล์เย็น) เสียต้องทำงานเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
– คอมเพรสเซอร์เสีย ต้องทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ใหม่ทั้งลูกค่ะ
* สาเหตุที่แอร์ไม่เย็นมีอีกหลายสาเหตุนะค่ะ ต้องให้ช่างทำการตรวจเช็ค
อาการคอยล์เย็นแอร์ (ตัวทำความเย็น) เสียงดัง
– แอร์สกปรก ต้องทำการล้างโดยปั๊มน้ำแรงดันสูง
– มอเตอร์เสื่อมสภาพ ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์
– ประกอบแอร์หลังจากการล้างไม่ได้ ต้องทำการตรวจเช็คจุดขันสกรูและเช็คการประกอบใหม่
อาการคอยล์ร้อนเสียงดัง (ตัวระบายความร้อน)
– มอเตอร์พัดลมเสีย ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์
– ใบพัดลมตีกับโครงแอร์ ทำการตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกัน
– มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง ทำการตรวจเช็ค
– แมกเนติดเสื่อม ต้องทำการเปลี่ยนแมกเนติก
อาการรีโมตแอร์ไม่ทำงาน
– ถ่านหมด ต้องทำการเปลี่ยนถ่าน
– ตัวรับสัญญาณเสีย ทำการเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศนูย์บริการของผู้ผลิต
– รีโมตเสีย ทำการเปลี่ยนรีโมต
อาการบานสวิงที่คอยล์เย็นแอร์ไม่ทำงาน
-มอเตอร์สวิงเสีย ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์สวิง
– ขาบานสวิงหัก ต้องทำการเปลี่ยนขาบานสวิง
– แผงควบคุณเสีย ต้องทำการเปลี่ยนหรือสงซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
– กะเปาะวัดอุณหภูมิเสีย ทำการเปลี่ยนกะเปาะวัดอุณหภูมิ
อาการตามท่อแอร์เป็นน้ำแข็ง
– น้ำยาขาด ทำการตรวจเช็คน้ำยาแล้วในกรณีน้ำยาแอร์ขาดมากให้ทำการหาจุดรั่วแล้วทำการเชื่อมอุดรอยรั่ว
– คอยล์เย็นสกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั้มแรงดันสูง
อาการน้ำหยดที่คอยล์เย็น
– แอร์สกปรก ต้องทำการล้างแอร์ด้วยปั้มแรงดันสูง
– ข้อต่อท่อน้ำทิ้งหลุด ทำการตรวจเช็คหาจุดที่หลุด
– ท่อน้ำทิั้งตัน ทำการฉีดไล่ด้วยปั๊มแรงดันสูง
อาการแอร์มีกลิ่นอับชื้น
– ในห้องมีความชื้นสูง ตั้งโหมดลดความชื้นที่ตัวแอร์
– แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง
– เดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำ ทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่
อาการน้ำหยดที่คอยล์เย็น (เรื้อรัง)
– มีการตันที่ถาดน้ำทิ้งด้านหลังตัวแอร์ ทำการตัดคอยล์เย็นลงมาทำการถอดชิ้นส่วนและฉีดล้างให้ทั่ว

อาการ สาเหตุ วิธีแก้ไข แอร์ไม่เย็น ( คอมเพรสเซอร์ทำงาน ) น้ำยาแอร์ขาด เติมน้ำยาเข้าระบบแรงดัน 70-80 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แอร์สกปรก ล้างแอร์โดยปั๊มน้ำแรงดันสูง คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังอัด ทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ มีอาการตันของระบบน้ำยา เปลี่ยนแคปทิ้ว,ไดเออร์และแวคคั่มระบบใหม่ แอร์ไม่เย็น ( คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน ) สายไฟหลุด , ขาด ตรวจเช็ค หาจุดที่สายไฟขาดหรือหลุด แมกเนติก(ตัวตัดต่อวงจรไฟฟ้า)เสีย ทำการเปลี่ยนแมกเนติก แคปสตาร์ทเสีย ทำการเปลี่ยนแคป แผงควบคุม(ที่คอยล์เย็น)เสีย เปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต คอมเพสเซอร์เสีย ทำการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ คอยล์เย็น ( ตัวทำความเย็น ) เสียงดัง แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง มอเตอร์เสื่อมสภาพ ทำการเปลี่ยนมอเตอร์ ประกอบแอร์หลังจากการล้างไม่ดี ตรวจเช็คจุดขันสกรู ตามท่อแอร์เป็นน้ำแข็ง น้ำยาขาด ตรวจเช็คถ้าขาดมากให้หาจุดรั่วแล้วเชื่อม คอยล์เย็นสกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง น้ำหยดที่คอยล์เย็น แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง ข้อต่อท่อน้ำทิ้งหลุด ทำการตรวจเช็คหาจุดที่หลุด ท่อน้ำทิ้งตัน ทำการฉีดไล่ด้วยปั๊มแรงดันสูง แอร์มีกลิ่นอับชื้น ในห้องมีความชื้นสูง ตั้งโหมดลดความชื้นที่รีโมต แอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง เดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำ ทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ น้ำหยดที่คอยล์เย็น ( เรื้อรัง ) มีการตันที่ถาดน้ำทิ้งด้านหลังตัวแอร์ ตัดคอยล์เย็นลงมาถอดชิ้นส่วนและฉีดล้าง คอยล์ร้อนเสียงดัง ( ตัวระบายความร้อน ) มอเตอร์พัดลมเสีย ทำการเปลี่ยนมอเตอร์ ใบพัดลมตีกับโครงแอร์ ทำการตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกัน มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง ทำการตรวจเช็ค แมกเนติกเสื่อม ทำการเปลี่ยนแมกเนติก รีโมตไม่ทำงาน ถ่านหมด ทำการเปลี่ยนถ่าน ตัวรับสัญญาณเสีย เปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต รีโมตเสีย ทำการเปลี่ยนรีโมต กะเปาะวัดอุณหภูมืเสีย ทำการเปลี่ยนกะเปาะวัดอุณหภูมื บานสวิงที่คอยล์เย็นไม่ทำงาน มอเตอร์สวิงเสีย ทำการเปลี่ยนมอเตอร์สวิง ขาบานสวิงหัก ทำการเปลี่ยนขาบานสวิง แผงควบคุมเสีย เปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิต
อาการเสียของแอร์ lg
อาการเสียของแอร์ซัมซุง
อาการเสียของแอร์รถยนต์
อาการเสียของแอร์บ้าน
อาการเสียของแอร์มิตซู
อาการเสียของแอร์ไดกิ้น
อาการ เสีย ของ แอร์ บ้าน
อาการ เสีย ของ แอร์ รถยนต์