เคล็ดลับเรื่องแอร์ที่พ่อบ้านแม่บ้านต้องรู้ เรื่องของบีทียู

 

ปัจจุบันประเทศไทยเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ร้อนเกือบทั้งปี เคยมีคนพูดกันเล่นๆ ว่าประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ร้อน ร้อนมาก และ ร้อนสุดๆ ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงเข้าซะแล้ว เพราะทุกวันนี้ต่อให้เป็นฤดูหนาวก็ยังร้อนได้ไม่ต่างจากวันสงกรานต์ที่ผ่านมาเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นทุกบ้านถ้ามีเงินหน่อยก็มักจะเข้าร้านขายแอร์ จัดกันมาติดถ้วนหน้า แต่บางคนมีปัญหาคือเลือกไม่ถูกว่าจะใช้แอร์แบบไหนให้เหมาะกับห้องของเรา ก่อนอื่นเรามารู้เรื่องของบีทียู กันก่อนเลยดีกว่า

 

  1. บีทียู คืออะไร

บีทียู หรือ BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit คือขนาดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ โดย 1 ตันความเย็นจะเท่ากับ 12000 BTU พูดกันให้เข้าใจง่ายๆ คือการเลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดของห้องที่จะใช้นั่นเอง โดยมีวิธีการคำนวณง่ายๆ คือ BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ความแตกต่าง โดยที่ค่าความแตกต่างจะมี 600-700 หมายถึง ห้องที่มีความร้อนน้อยใช้เฉพาะกลางคืน และ 700-800 คือห้องที่มีความร้อนสูงใช้เวลากลางวัน

 

  1. การคำนวณหาค่า บีทียู ที่เหมาะสม

การคำนวณค่าบีทียู นั้นก็ไม่ได้ยากอะไร เราสามารถคำนวณด้วยตัวเองได้ จะได้ไม่ต้องโดนร้านขายแอร์หลอกขายแอร์ผิดๆ มา โดยใช้สูตรจาก BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ความแตกต่าง มาใช้ ยกตัวอย่างเช่นห้องขนาด 3.5 x 4.5 เมตร และใช้เวลากลางวันบ่อยๆ เมื่อใส่ลงไปในสูตรจะได้เท่ากับ BTU = (3.5×4.5) x 800 = 12600 BTU นั่นคือขนาดของแอร์ที่เหมาะกับห้องนี้ เป็นไงล่ะ ง่ายใช่ไหมล่ะ

 

  1. ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แต่บางครั้งการคำนวณก็อาจจะต้องพึ่งพาความชำนาญ และการสังเกตจากปัจจัยอื่นๆ รอบด้านด้วยในห้องๆ นั้น เพราะทุกอย่างมีผลทั้งหมดกับการเลือกการใช้แอร์ และเป็นข้อมูลที่ง่ายต่อการคุยกับร้านขายแอร์ โดยปัจจัยที่นำมาคิดด้วยคือ ขนาดของห้องและหน้าต่างประตู ทิศทางของห้องว่ารับแดดมากน้อยแค่ไหน วัสดุต่างๆ ที่ใช้ทำฝ้าและหลังคา และจำนวนบุคคลที่ใช้ห้องๆ นั้น

 

จะเห็นได้ว่าบีทียูที่เราได้ยินกันบ่อยแต่มักจะไม่ได้ทราบความหมายกันอย่างแท้จริง เป็นเรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง เราสามารถหาค่า บีทียู ของห้องเราได้ก่อนที่จะไปร้านขายแอร์ซะอีก ทำให้เราสามารถคาดคะเนคร่าวๆ ได้ว่าเราจะต้องใช้แอร์ประมาณไหน ราคาเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลาไปร้านขายแอร์จะได้เลือกได้ถูกร่น และโดนใจคุณ