แอร์บ้านมือสอง ถ้าอยากซื้อจริงต้องทำอย่างไรบ้าง รู้ก่อนซื้อก็ดี

แอร์บ้านมือสอง ถ้าอยากซื้อจริงต้องทำอย่างไรบ้าง รู้ก่อนซื้อก็ดี

การซื้อสินค้ามือสองนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง แอร์บ้าน ก็ตามต่างต้องมีหลักการในการดูทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะช่วยไม่ให้เราโดนหลอกได้ก็เถอะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ดูอะไรเลยมาดูกันว่า แอร์บ้านมือสองเค้ามีวิธีการดูตรงไหนบ้าง

 

ซื้อแอร์บ้านมือสอง ต้องเลือกร้านที่ไว้ใจได้

อย่างแรกของการซื้อแอร์บ้านมือสองนั่นคือ เราจะต้องเลือกซื้อแอร์มือสองจากร้านที่เราไว้ใจได้เท่านั้น เนื่องจากว่าเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแอร์มือสองที่เอามาขายเรานั้น ผ่านอะไรมาบ้าง อะไหล่ตรงนี้เสีย ใช้ไปแล้วจะพังไหม ทางที่ดีที่สุดคือเลือกร้านที่เราไว้ใจได้ จะได้สบายใจเวลาซื้อแอร์

 

ซื้อแอร์บ้านมือสอง ต้องมีประกันเท่านั้น

การซื้อแอร์บ้านนั้น ถ้าเป็นสินค้ามือหนึ่งไม่ว่าจะซื้อจากร้าน หรือซื้อจากห้างเลยก็คือต้องมีระยะประกันของเครื่องด้วย แต่การซื้อแอร์มือสองนั้นก็มีประกันเหมือนกัน โดยแอร์มือสองที่เราเลือกนั้นควรมีประกันอย่างน้อยหกเดือนขึ้นไป ถ้าหากว่าซื้อแล้วไม่มีประกันแนะนำว่า เดินไปซื้อร้านอื่นดีกว่า

 

ซื้อแอร์บ้านมือสอง ต้องลองก่อนซื้อด้วย

การซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นเครื่องอะไรก็ตามอย่างหนึ่งที่เราต้องทำเสมอเลยก็คือ การทดสองหรือลองเครื่องก่อน แอร์บ้านมือสองก็เช่นกัน เราต้องลองเปิดเครื่องใช้งานก่อนซื้อด้วย เพื่อความสบายใจของเราว่าใช้ได้จริง ถ้าร้านไหนไม่ให้ลองเครื่องก่อน ก็เหมือนเดิมไม่ต้องไปซื้อแอร์เค้า

 

ซื้อแอร์บ้านมือสอง อย่าเห็นแก่ของถูก

สาเหตุหนึ่งที่เรามักจะไปซื้อแอร์บ้านมือสอง นั่นก็คือ เรื่องของราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมากซึ่งนั่นเป็นข้อดีของแอร์มือสอง แต่ในทางกลับกันการซื้อแอร์มือสองที่ราคาถูกมากเกินไปก็อาจจะไม่ดี เช่น แอร์ติดผนังราคาสองพันบาทราคาถูกไปไหม ถูกอย่างนี้อาจจะไม่ได้แอร์นะ อาจจะได้พัดลมเป่าแทน

 

ซื้อแอร์บ้านมือสอง รหัสเครื่องต้องตรง

อีกวิธีหนึ่งในการตรวจสอบแอร์บ้านมือสองอย่างง่ายๆ นั่นก็คือ เราควรตรวจสอบรหัสคอยล์เย็น(เครื่องทำความเย็น) กับคอยล์ร้อน(คอมเพรสเซอร์) จะต้องตรงกัน ถ้าหากไม่ตรงกันแล้วแสดงว่าเค้าเอาคอมเพรสเซอร์ตัวอื่นมาเสียบแทนซึ่งถ้าเครื่องไม่ตรงกันอาจจะมีปัญหาการทำงานของแอร์ได้

 

การซื้อแอร์บ้านมือสอง ถือว่าเป็นการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างเสี่ยงอยู่พอสมควร เนื่องจากถ้าเราไม่ใช่ช่างนี่เราดูแทบไม่ออกเลยว่าแอร์มือสองที่เราซื้อนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างไร ใช้ได้นานไหม ดังนั้นถ้าเราไม่ได้ซื้อแอร์บ้านจากช่างที่เราเชื่อใจจริงๆแล้วล่ะก็ แนะนำว่ากัดฟันซื้อแอร์ตัวใหม่เลยดีกว่า สบายใจกว่าเยอะ

 

 

แอร์บ้านมือสอง มาจากไหนแพงไหม ซื้อแล้วคุ้มค่าการใช้งานหรือเปล่า

แอร์บ้านมือสอง มาจากไหนแพงไหม ซื้อแล้วคุ้มค่าการใช้งานหรือเปล่า

ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนอย่างนี้ การซื้อสินค้ามือหนึ่งที่มีราคาสูงดูจะเป็นทางเลือกที่ยากเกินไปสำหรับบางคนทำให้ตลาดสินค้ามือสองไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หรือแม้แต่แอร์บ้าน ต่างก็คึกคักได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาแอร์บ้านมือสองอยู่ ลองอ่านบทความนี้ก่อน

 

แอร์บ้านมือสอง เค้าเอามาจากไหน

คำถามแรกเลยก็คือ แอร์บ้านมือสองเค้าเอามาจากไหน ส่วนใหญ่แอร์มือสองนี่มักจะเป็นแอร์ที่เจ้าของบ้านเค้าเทริน์แอร์เก่าแล้วเปลี่ยนแอร์ใหม่ จากนั้นช่างก็เอามาซ่อมเปลี่ยนอะไหล่บางตัวแล้วก็นำมาขายเป็นแอร์มือสอง ซึ่งแอร์มือสองส่วนใหญ่จะเป็นมือสองจริงๆทำให้สภาพการใช้งานยังพอไหว

 

แอร์บ้านมือสอง มีแอร์แบบไหนบ้าง

แล้วแอร์บ้านมือสองนี่ เค้ามีแอร์แบบไหนบ้าง จะมีแบบหรือรุ่นที่เราต้องการไหม อันนี้ไม่ต้องกังวลเลยโดยเฉพาะใครต้องการแอร์ติดผนังล่ะก็ แอร์มือสองมีให้เลือกเยอะมากทั้งรุ่นและยี่ห้อที่มีในท้องตลาดเค้ามีหมด แต่ต้องไปร้านที่ใหญ่หน่อยนะ ส่วนแอร์แบบอื่นต้องใช้เวลาหานิดหนึ่งไม่ค่อยมีเท่าไร

 

แอร์บ้านมือสอง ราคาประมาณเท่าไร

มาดูกันที่ราคาของแอร์บ้านมือสองกันบ้าง แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าแอร์มือสองแล้วปัจจัยหลักก็คือเรื่องของราคาที่จะต้องถูกและซื้อได้ง่ายนั่นแหละ จากที่สำรวจมาก็มีหลายราคานะเอาอย่างถูกเลยก็ประมาณ 3,500-4,000 บาทก็ซื้อได้แล้ว รวมค่าติดตั้งอีก 2,000-3,000 บาทก็ได้แอร์มาเย็นฉ่ำที่บ้าน

 

แอร์บ้านมือสอง อายุการใช้งานนานไหม

สำหรับอายุการใช้งานของแอร์บ้านมือสองนั้น จริงก็ขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องที่ซื้อด้วยว่าเป็นอย่างไร แต่โดยรวมแล้วไม่ค่อยนานเท่าไร แอร์มือสองอย่างนี้ถ้าหมดประกัน(ประมาณหกเดือน)อายุก็คงไม่เกินสามปีก็หมดสภาพแล้ว ซึ่งถ้าเราซื้อมาเพื่อใช้ประทังไปก่อนก็ถือว่าโอเคนะ แต่ต้องเลือกให้ดี

 

แอร์บ้านมือสอง ซื้อแล้วคุ้มหรือเปล่า

การซื้อแอร์บ้านมือสองมาใช้นั้น คุ้มหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่หลายคนคิดอยู่ใช่ไหม อันนี้ตอบได้เลยว่าถ้าเรามีกำลังซื้อพอ สู้ไหว แนะนำว่าซื้อแอร์ใหม่ไปเลยดีกว่า แต่ถ้าหากเราต้องการจะซื้อแอร์มาใช้เพื่อประทังไปก่อนเสียช่างมัน พังก็ไม่แคร์ การเลือกแอร์มือสองมาติดตั้งก็นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

 

การเลือกซื้อแอร์บ้านมือสองมาใช้นั้น จริงๆแล้วก็เหมือนกับสินค้ามือสองทั่วไปที่นอกจากเราจะต้องดูให้ถ้วนถี่แล้ว ยังต้องอาศัยดวงอีกด้วยส่วนหนึ่ง ประมาณว่า ตาดีได้ตาร้ายเสีย แต่ถ้าใครพร้อมก็ลองเค้าไปค้นหาคำว่า แอร์บ้านมือสอง จากกูเกิ้ลได้เลย มีหน้าร้านให้เราไปดู ไปชม ไปเลือกแอร์มือสองเพียบ

 

 

 

 

ไม้เลื้อยข้างบ้าน อันตรายของแอร์บ้าน ที่เจ้าของบ้านคาดไม่ถึง

ไม้เลื้อยข้างบ้าน อันตรายของแอร์บ้าน ที่เจ้าของบ้านคาดไม่ถึง

เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหนก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ แต่ในทางกลับกันก็มีอันตรายซ่อนอยู่ไว้เช่นกันหากผู้ใช้ไม่ระวังให้ดี แอร์บ้านก็เช่นกันมีอันตรายอีกอย่างหนึ่ง ที่เจ้าของบ้านอาจจะมองข้ามไปนั่นคือ อันตรายจากไม้เลื้อยข้างบ้านหรือตามพื้น มาดูกันว่าอันตรายอย่างไร

 

ไม้เลื้อยข้างบ้าน อันตรายที่มองข้าม

สำหรับบ้านเดี่ยวนั้น การปลูกต้นไม้ถือว่าเป็นเรื่องที่คู่กันมากๆเพราะนอกจากจะเป็นการตกแต่งบ้านแล้วยังเป็นการลดอุณหภูมิของบ้านอีกด้วย แต่การปลูกต้นไม้แล้วไม่ดูแลไม่ว่าจะเป็นไม้กระถางหรือต้นไม้ หรือ พวกไม้เลื้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้น ถือว่าเป็นอันตรายต่อแอร์บ้าน อย่างมาก

 

ไม้เลื้อยข้างบ้าน อันตรายแอร์บ้านยังไง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ไม้เลื้อยข้างบ้านที่ดูไม่น่าจะมีอะไรนั้น มันจะเป็นอันตรายต่อแอร์บ้าน ได้ยังไง คำตอบก็คือพวกไม้เลื้อยเหล่านี้ บางครั้งเราไม่ได้ดูพวกมันก็เลื้อยไปเรื่อยจนบางครั้งเลื้อยเข้าไปอยู่ในพัดลมระบายอากาศหรือที่เรียกว่าคอยล์ร้อนจนทำให้คอยล์ร้อนไม่ทำงานเพราะมันไปพันไว้นั่นเอง

 

ไม่ได้มีนั้น อย่างอื่นก็อันตรายต่อแอร์บ้าน

แต่ไม่ได้มีแต่ไม้เลื้อยข้างบ้านเท่านั้นที่มันสามารถเข้าไปยังคอยล์ร้อนจนแอร์บ้านเสีย แต่ยังมีพวกเศษใบไม้แห้ง กิ่งไม้ ก้อนหิน หรืออื่นๆอีกมากมายที่ถึงแม้ว่าคอยล์ร้อนจะมีซี่ลวดป้องกันอยู่ถึงจะบางและถี่ แต่บางครั้งก็อาจจะเป็นไปได้ที่มีสิ่งของพวกนี้เค้าไปขวางอุดตันการทำงานของพัดลมระบายอากาศ

 

วิธีแก้ไขไม้เลื้อยข้างบ้าน กับแอร์บ้าน

สำหรับวิธีแก้ไขปัญหาเรื่องของไม้เลื้อยข้างบ้านเข้าพัดลมระบายอากาศหรือคอยล์ร้อนของแอร์บ้าน นั้นไม่ยาก เพียงแค่เจ้าของบ้านควรหมั่นไปเช็คคอยล์ร้อนว่ายังทำงานอยู่หรือไม่ และสภาพพื้นที่ของคอยล์ร้อนมีอะไรเข้าไปอุดตันหรือเปล่า หากมีอะไรอุดตันอยู่ก็ควรเอาออกเสีย ทำให้โล่งที่สุดเป็นดี

 

หากแอร์บ้านเกิดปัญหานี้ ต้องทำอย่างไร

แต่ถ้าหากว่าเราแก้ไขปัญหาไม่ทัน จนทำให้คอยล์ร้อนของแอร์บ้านเกิดปัญหาขึ้นเราควรทำอย่างไร วิธีการแก้ไขหนึ่งห้ามเปิดเครื่องเด็ดขาดและปิดเบรคเกอร์ของแอร์ให้เรียบร้อย สองเรียกช่างมาเปิดคอยล์ร้อนเพื่อเอาไม้เลื้อยออกอย่าทำเองเพื่อความปลอดภัย สามเช็คระบบให้เรียบร้อยก่อนใช้งานอีกครั้ง

 

ปัญหาเรื่องของไม้เลื้อยข้างบ้านกับแอร์บ้านนั้น อาจจะดูว่าเป็นเรื่องง่าย เรื่องเล็ก แต่ว่าการที่เรามองข้ามและประมาทจุดเล็กๆก็อาจจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกัน ดังนั้นเราควรหมั่นไปดูคอยล์ร้อนว่ามีสภาพเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากคอยล์ร้อนตั้งในจุดที่อันตรายก็ใช้วิธีการจ้างช่างมาล้างแอร์แทนก็ได้

 

 

 

การตัดล้างแอร์บ้าน หากเราติดแอร์บ้านมานาน ต้องทำสักครั้งหนึ่ง

การตัดล้างแอร์บ้าน หากเราติดแอร์บ้านมานาน ต้องทำสักครั้งหนึ่ง

การล้างแอร์บ้านนั้น หลายคนคงรู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งของการดูแลรักษาแอร์บ้าน แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการล้างแอร์นั้นมีแบบทั่วไป กับแบบล้างใหญ่ ถ้าใครยังทำหน้างงอยู่ไม่เป็นไร วันนี้เราจะมารู้จักการล้างแอร์ใหญ่ หรือที่ช่างมักจะเรียกว่าตัดล้างแอร์กันดีกว่า ว่าเป็นอย่างไร

 

การตัดล้างแอร์บ้าน คืออะไร

อย่างแรกที่หลายคนสงสัยว่า การตัดล้างแอร์บ้านคืออะไร มันก็คือการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศรูปแบบหนึ่งแต่จะแตกต่างจากการล้างทั่วไปตรงที่ การล้างแบบนี้ช่างจะทำการถอดเครื่องแอร์ออกมาแล้วแยกชิ้นส่วนออก จากนั้นทำความสะอาดทุกชิ้นส่วน แบบทุกซอก ทุกมุมกันเลยทีเดียว

 

การตัดล้างแอร์บ้าน ควรทำตอนไหน

การตัดล้างแอร์บ้านนั้น แน่นอนว่าจะทำให้แอร์เราสะอาดเหมือนกับซื้อใหม่ แต่เราจะเรียกช่างมาทำความสะอาดตอนไหนดี อันนี้แนะนำง่ายๆว่า ถ้าหากว่าเราล้างแอร์แบบธรรมดาเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ควรจะเรียกช่างมาตัดล้างแอร์สักสามปีครั้งหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าห้องมีฝุ่นมากอาจจะเรียกเร็วขึ้นกว่านี้

 

การตัดล้างแอร์บ้าน ใช้เวลาทำนานหรือไม่

การตัดล้างแอร์บ้านนั้น แน่นอนว่าต้องใช้เวลาการทำนานพอสมควรเพราะจะมีเรื่องของการถอดประกอบ และการติดตั้งเข้ามาร่วมด้วย แต่ถ้าถามว่าใช้เวลานานหรือไม่ถ้าช่างชำนาญแล้วก็ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงก็เสร็จ(เก้าโมงถึงเที่ยง) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น และขนาดของแอร์ และการติดตั้งด้วย

 

ข้อควรระวังในการตัดล้างแอร์บ้าน

มาดูเรื่องสำคัญของการเรียกช่างมาตัดล้างแอร์บ้านกันบ้าง เรื่องแรกก็คือเรื่องแอร์ที่เราตัดล้างนี่แหละ ช่างบางรายอาจจะบอกว่าต้องเอาไปล้างที่ร้าน บอกเลยว่าอย่าให้ไปเด็ดขาด ให้ช่างเอาของมาล้างที่บ้านเรานี่แหละ และสองเรื่องของการติดตั้ง ถอดประกอบควรดูให้ดี เพื่อป้องการความผิดพลาด

 

การตัดล้างแอร์บ้าน ราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไร

สำหรับการตัดล้างแอร์บ้านนั้น เจ้าของบ้านอย่างเราอาจจะกังวลว่าจะต้องแพงมากหรือเปล่า ราคาที่เราสำรวจมาล่าสุดนั้นจะอยู่ที่ 1,600 – 2,500 บาท ทั้งนี้ราคาอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดขึ้นอยู่กับความยากของหน้างานนั้นด้วย(ทั้งถอดประกอบ ล้าง เช็ค ติดตั้ง) เจ้าของควรเตรียมตัว เตรียมเงินไว้ให้พร้อม

 

การตัดล้างแอร์บ้านนั้น ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านควรทำสักครั้งหนึ่ง หากแอร์บ้านของเรามีอายุการใช้งานไปแล้วสักสามปี หรือว่าหากเปิดแอร์แล้วรู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น แอร์อับ แอร์มีฝุ่นกระจายออกมา ถ้ามีอาการเหล่านี้แนะนำว่าควรจะตัดล้างแอร์สักครั้งหนึ่ง เพื่อความสะอาดและสุขภาพของทุกคนในบ้านจ้า

จ้างช่างมาล้างแอร์บ้านทั้งที เค้ามาทำอะไรบ้าง รู้ไว้ไม่โดนหลอก

จ้างช่างมาล้างแอร์บ้านทั้งที เค้ามาทำอะไรบ้าง รู้ไว้ไม่โดนหลอก

แอร์บ้าน ถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชิ้นหนึ่งที่สะดวก สบายก็จริงแต่ก็จุกจิกเหมือนกัน เรื่องหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือการล้างแอร์บ้านที่เราไม่สามารถทำเองได้ ต้องจ้างช่างมาทำให้เพื่อความปลอดภัย แต่เราจะรู้ได้ไงว่าช่างมาล้างแอร์จริงไม่ได้มาหลอกกินเงินเรา งั้นมาดูกันว่าช่างมาล้างแอร์ต้องทำอะไรบ้าง

 

ช่างมาล้างแอร์บ้าน ต้องทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

อย่างแรกที่ช่างมาล้างแอร์บ้านต้องทำก็คือ การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศภายในเครื่องทำความเย็น ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงแผ่นกรองที่เราถอดเองได้อย่างเดียว แต่หมายถึงกรอบทั้งหมดของเครื่องเลย ช่างจะต้องถอดจนแอร์เปลือยหมดแล้วทำความสะอาดเรื่องฝุ่นที่ติดอยู่ให้เรียบร้อย

 

ช่างมาล้างแอร์บ้าน ต้องทำความสะอาดคอยล์เย็น

ทีนี้เมื่อเรากับช่างถอดเครื่องแอร์บ้านแล้ว ก็จะเห็นคอยล์เย็นตั้งอยู่ ตรงนี้แหละถือว่าเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งเลย และก็เป็นจุดที่ฝุ่นเยอะมาก ช่างแอร์ที่ดีจะต้องทำความสะอาดตรงนี้อย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะด้วยการดูดฝุ่น หรือใช้น้ำล้างก็ตาม แนะนำว่าควรดูช่างทำงานด้วย และเก็บบ้านให้พร้อม

 

ช่างมาล้างแอร์บ้าน ต้องทำความสะอาดคอยล์ร้อน

เมื่อเสร็จจากคอยล์เย็นหรือแอร์บ้านในห้องแล้ว ก็มาถึงตัวคอมเพรสเซอร์หรือว่าคอยล์ร้อนกันบ้าง ตรงนี้ช่างจะต้องทำความสะอาดรอบๆตัวคอยล์ร้อน จากนั้นก็ทำความสะอาดฝุ่น ควัน โคลน หรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ให้เรียบร้อย ส่วนใหญ่ช่างจะใช้การน้ำฉีดแบบปานกลางเพื่อไล่สิ่งสกปรกออกไป

 

ช่างมาล้างแอร์บ้าน ต้องเช็คระดับน้ำยาแอร์บ้าน

เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว เรื่องต่อไปที่ช่างที่มาล้างแอร์บ้านจะไม่พลาดเลยก็คือ เรื่องของการวัดระดับบน้ำยาแอร์บ้าน ส่วนใหญ่ช่างมักจะบอกว่าน้ำยาแอร์ใกล้หมดให้เติม(เสียเงิน) ตรงนี้แนะนำว่าถ้าอายุแอร์ยังไม่ถึงห้าปี ก็ยังไม่ต้องเติม เพราะน้ำยาแอร์ของแอร์รุ่นใหม่ๆหมดช้ามาก ไม่ต้องห่วง

 

ช่างมาล้างแอร์บ้าน ต้องเช็คระบบการทำงานแอร์

สุดท้ายเมื่ออุปกรณ์สะอาดดีแล้ว ช่างแอร์ที่มาล้างแอร์บ้านก็จะต้องติดตั้งอุปกรณ์คืนที่เดิม และทำการตรวจสอบระบบแอร์ให้เรียบร้อย ตรงนี้แนะนำว่าเจ้าของบ้านอย่าใจร้อน รอให้แอร์ทำงานจนเย็นแล้วสำรวจโดยรอบว่าช่างเก็บงานเรียบร้อยไหม ประกอบชิ้นส่วนครบไหม แอร์มีเสียงดังหรือเปล่า

 

เมื่อเราสำรวจจนแน่ใจว่า การล้างแอร์บ้านของเราครั้งนี้ เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ก็ทำการจ่ายเงินให้กับช่าง แล้วมาเก็บรายละเอียดบ้านของเราด้วย เพราะการล้างแอร์บ้านแต่ละครั้งแน่นอนว่าแอร์สะอาดขึ้น แต่ว่าบ้านหรือบริเวณที่ติดตั้งแอร์ไว้อาจจะสกปรกจากการล้างนิดหน่อย เก็บให้เรียบร้อย