ตัวแปรของบีทียู สำหรับแอร์บ้านคืออะไร ใครคิดจะซื้อแอร์ต้องรู้

ตัวแปรของบีทียู สำหรับแอร์บ้านคืออะไร ใครคิดจะซื้อแอร์ต้องรู้

การจะซื้อแอร์บ้านสักตัวหนึ่งนั้น แน่นอนว่าไม่ได้ดูกันที่เรื่องของยี่ห้อ ความสวยงาม และราคาอย่างเดียว อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่รู หรือรู้แต่มองข้ามไปนั่นคือเรื่องจำนวนบีทียูของแอร์บ้านที่เราจะซื้อ นอกจากจะต้องคำนวณขนาดห้องเพื่อดูจำนวนบีทียูแล้ว ยังมีตัวแปรอื่นด้วยมาดูสิว่าคืออะไร

 

สูตรการคำนวณบีทียู แอร์บ้าน ลืมกันไปหรือยัง

ก่อนจะไปดูเรื่องปัจจัยของการคิดบีทียูแอร์บ้านแล้ว เรามาทบทวนกันสักนิดดีกว่าว่า การคำนวณบีทียูเพื่อเลือกซื้อแอร์นั้นมีสูตรการคำนวณอย่างไร สูตรก็คือ พื้นที่ห้อง(หน่วยเป็นเมตร) × ค่าตัวแปร เพียงเท่านี้ก็จะได้เรตบีทียูที่เราต้องการแล้ว แต่หลายคนสงสัยว่า ค่าตัวแปรคืออะไรกันหนอ

 

ค่าตัวแปรของบีทียู แอร์บ้านคืออะไร

แน่นอนว่าจากสูตรคำนวณบีทียูสำหรับแอร์บ้านที่เราให้ไปนั้น ตรงพื้นที่ห้องไม่น่าจะมีปัญหา แต่บางคนสงสัยว่าแล้วตรงค่าตัวแปรล่ะมันคืออะไร ตรงนี้อธิบายได้ว่า ค่าตัวแปรคือ ค่าบีทียูที่เราใช้ตามลักษณะของห้องหรือพื้นที่การใช้งานแอร์ของเรา ซึ่งเราแบ่งออกเป็น 4 ช่วงด้วยกันตามหัวข้อต่อไปนี้

 

ตัวแปรของบีทียู แอร์บ้าน ตามลักษณะของห้อง

ค่าตัวแปรบีทียูแอร์บ้าน ตามลักษณะของห้องแบ่งได้ สี่กลุ่ม คือ หนึ่งห้องนอน หรือห้องที่ไม่ค่อยโดนแดดเท่าไร ห้องนี้จะมีค่าตัวแปรที่ 700-800 สองห้องรับแขก มีความร้อนปานกลาง ใช้ค่า 800-900 สามห้องทำงานมีคนอยู่ตลอดเวลาใช้ค่า 900-1,000 และ สี่ห้องหรือพื้นที่ร้านค้าใช้ค่า 1,000-1,200

 

ตัวแปรของบีทียู แอร์บ้าน ปัจจัยอื่นที่เราต้องดู

อีกส่วนหนึ่งที่นอกเหนือจากค่าตัวแปรที่เรายกตัวอย่างไปแล้ว แต่เราก็ต้องนำมาคิดก่อนจะซื้อแอร์บ้านด้วยก็คือ เรื่องของ ความสูงของห้อง ถ้าสูงสองเมตรครึ่งต้องใช้สุตรการคำนวณอีกสูตรหนึ่ง หรือถ้าในห้องมีคนอยู่เยอะ ฉนวนกันความร้อนบาง มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นเยอะ อย่างนี้ก็อาจต้องเพิ่มบีทียู

 

ทำไมเราต้องคำนวณตัวแปรบีทียูแอร์บ้านด้วย

สงสัยกันไหมว่า ทำไมเราต้องเอาเรื่องตัวแปรต่างมาคำนวณค่าบีทียูก่อนที่จะซื้อแอร์บ้าน สักตัวหนึ่งด้วย คำตอบก็คือ ตัวแปรเหล่านี้มีผลต่อความเย็นในห้อง และการทำงานงานของแอร์อย่างมาก ถ้าหากเราไม่คิดให้ดีพอติดแอร์ไปแล้วอาจจะต้องมานั่งอารมณ์เสียก็ได้ว่า ทำไมติดแอร์แล้วมันไม่เย็นเลย

 

การซื้อแอร์บ้านนั้น เจ้าของบ้านอย่างเราควรศึกษาการคำนวณบีทียูมาเป็นอย่างดีก่อนจะไปเลือกซื้อแอร์ แน่นอนว่าการคำนวณค่าบีทียูตามสูตรที่ให้ไปนั้น อาจจะไม่เป๊ะมากแต่การคำนวณบีทียูไว้ก่อนก็จะทำให้การเลือกซื้อแอร์ของเรานั้นง่ายขึ้น อย่าลืมว่าการเลือกบีทียูมากหรือน้อยเกินไป อาจทำให้มีปัญหาตามมาได้นะ

 

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ ดียังไง ราคาเท่าไร คุ้มไหมกับการซื้อมาใช้งาน

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ ดียังไง ราคาเท่าไร คุ้มไหมกับการซื้อมาใช้งาน

ประเทศไทยแลนด์แดนแห่งความร้อนอย่างนี้ หากจะนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าสักเครื่องหนึ่งเชื่อว่าหลายคนคงจะต้องนึกถึงแอร์เป็นอันดับแรกแน่นอน แอร์บ้าน เดี๋ยวนี้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆออกมาตลอด หนึ่งในนั้นคือแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ ใครที่ยังไม่รู้จักต้องมาอ่านบทความเราด่วนๆเลย

 

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ มีหน้าตาอย่างไร

หากนึกถึงแอร์บ้าน เรามักจะนึกถึงแอร์ที่มีลักษณะติดผนัง ติดฝ้าเพดาน หรือว่าเป็นเครื่องปล่อยความเย็นตัวใหญ่มีเสียงดังกระหึ่มลั่นบ้าน แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีการพัฒนาเป็นแอร์เคลื่อนที่ มีลักษณะคล้ายตู้สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ทำงานง่าย แค่เสียบปลั๊ก เปิดเครื่อง ปรับอุณหภูมิความเย็น ก็เสร็จแล้ว

 

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ เหมาะใช้งานอย่างไร

สำหรับแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่นั้น ถามว่าเหมาะกับการใช้งานอย่างไรอันนี้ตอบได้สองแบบคือ หนึ่งเหมาะกับคนที่อยู่ห้องเล็กๆแล้วไม่ต้องการซื้อแอร์ที่ต้องมีการติดตั้งเพิ่ม ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องของฝ้า เพดาน หรือโครงสร้างอื่น และสองเหมาะกับงานกลางแจ้งที่ต้องการแอร์แบบเป่าคนเดียว

 

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ ราคาเท่าไร

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่า แอร์บ้าน แบบนี้จะมีราคาแพงเหมือนกับแอร์ติดผนัง หรือแอร์แบบอื่นหรือเปล่า ขอบอกว่าแอร์แบบนี้ราคาขึ้นอยู่กับขนาด ยี่ห้อ และจำนวนบีทียูที่ใช้ แต่ราคาที่สำรวจมาล่าสุด รุ่นเล็กสุดราคาเริ่มต้นที่ หมื่นสองพันบาท จากนั้นก็ขยับราคาขึ้นไปตามลำดับ

 

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ มีการดูแลรักษาอย่างไร

สำหรับการดูแลรักษาแอร์บ้านเคลื่อนที่อย่างนี้ ต้องบอกเลยว่าไม่ยาก แต่เจ้าของต้องเอาใจใส่นิดหนึ่ง เนื่องจากแอร์แบบนี้ไม่แยกระบบเหมือนแอร์ติดผนัง ดังนั้นเราต้องเอาที่กรองฝุ่นออกมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง และหมั่นเทน้ำเสียทิ้งทุกครั้งที่เลิกใช้งานเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค

 

แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่ คุ้มการลงทุนหรือไม่

สุดท้ายเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถามว่า แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่นั้นคุ้มหรือไม่ อันนี้ต้องมามองดูการใช้งานของเรา ถ้าหากว่าเราอยู่ในห้องเล็ก คนเดียว อย่างเช่น หอพัก ห้องเช่า ก็น่าสนใจอยู่ เพราะสะดวก ใช้งานง่ายไม่ต้องเสียค่าเจาะผนัง แต่ถ้าอยู่เป็นบ้านหลังใหญ่ แอร์ติดผนังดีกว่าเยอะ

 

การเลือกซื้อแอร์บ้านแบบเคลื่อนที่มาใช้นั้น แน่นอนว่ามันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่น่าสนใจมาก แต่หากใครสนใจจะใช้แอร์บ้านแบบเคลื่อนที่จริงๆ แนะนำว่าจะต้องหมั่นดูแลรักษา เรื่องของแอร์ ระบบน้ำทิ้ง ระบบไฟ ที่กรองฝุ่น อยู่เป็นประจำเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เอง อ้อ ลืมบอกไปแอร์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ เค้ามีระบบฮีตเตอร์ด้วยนะ แต่บ้านเราจะได้ใช้ไหมเนี่ย

 

 

5 ส่วนประกอบวัฏจักรความเย็นของแอร์บ้าน

5 ส่วนประกอบวัฏจักรความเย็นของแอร์บ้าน

แอร์บ้านมีหลักการทำงานของการสร้างความเย็นในรูปแบบเฉพาะของแอร์บ้าน หลักที่ว่าก็คือแอร์บ้านจะให้สารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์บ้านนั้นได้ทำการไหลวนอันก่อให้เกิดเป็นวัฎจักรการทำความเย็นของแอร์บ้านที่หมุนเวียนเข้าออกความร้อนจากภายในสู่ภายนอก วัฎจักรความเย็นของแอร์บ้าน หรือที่เรียกว่า Refrigeration Cycle มีรายละเอียดอุปกรณ์แอร์บ้านทำงานดังต่อไปนี้

1.คอมเพรสเซอร์ (Compressor)

คอมเพรสเซอร์ของแอร์บ้าน คือ อุปกรณ์ชนิดเดียวที่ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนสารทำความเย็นหรือน้ำยา(Refrigerant) ในระบบโดยที่คอมเพรสเซอร์จะทำการแปลงสารทำความเย็นให้สามารถทำส่งต่อความเย็นแลกเปลี่ยนกับคอยล์ร้อนและคอยล์เย็นส่งผลให้แอร์บ้านสามารถปรับให้ภายในห้องมีอุณหภูมิต่ำลงได้ ดังนั้นแล้วตัวคอมเพรสเซอร์จะมีการเริ่มและหยุดทำงานตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิห้องให้สม่ำเสมอตามที่ต้องการ

2.คอยล์ร้อน (Condenser)

คอยล์ร้อน คือ อุปกรณ์ส่วนหนึ่งของแอร์บ้านที่ทำหน้าที่ลดความดันและสามารถระบายความร้อนของสารทำความเย็น ด้วยวิธีการไหลวนน้ำยาผ่านแผงคอยล์ร้อนโดยจะมีพัดลมช่วยเป่าเพื่อระบายความร้อนออกจากตัวส่งผลน้ำยาที่ออกจากคอยล์ร้อนนั้นมีอุณหภูมิลดลงในขณะที่ความดันคงที่และส่งต่อให้กับอุปกรณ์ลดความดัน

3.คอยล์เย็น (Evaporator)

คอยล์เย็น  คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนภายในห้องมาสู่สารทำความเย็น โดยคอยล์เย็นของแอร์บ้านจะเริ่มทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงเกินกว่าที่ตั้งไว้หรือในทางตรงกันข้ามกันคอยล์เย็นจะหยุดทำงานก็ต่อเมื่ออุณหภูมิภายในห้องต่ำกว่าอุณหภูมิที่เราตั้งไว้นั่นเอง หลังจากที่ตัวน้ำยาได้ไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดันจะมีความดันและอุณหภูมิที่ต่ำมากแล้วน้ำยาจะไหลเข้าสู่คอยล์เย็น หรือที่เรียกกันว่า การฉีดน้ำยา นั่นเอง

4.อุปกรณ์ลดความดัน (Throttling Device)

อุปกรณ์ลดความดันของแอร์บ้าน โดยทั่วไปใช้เป็น แค็ปพิลลารี่ทิ้วบ์ (Capillary tube) หรือ เอ็กสแปนชั่นวาล์ว (Expansion Valve) หรือพัดลม เปล่า มีหน้าที่ลดความดันและอุณหภูมิของของน้ำยาแอร์ที่ไหลผ่านคอยล์เย็นโดยพัดลมจะเป่าลมเพื่อดูดซับความร้อนในห้อง และปรับให้อุณหภูมิห้องลดลง ส่งผลให้น้ำยาที่ไหลออกจากคอยล์เย็นนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้นในขณะที่ความดันคงที่และทำการหมุนเวียนน้ำยากลับเข้าคอมเพรสเซอร์เพื่อทำการหมุนเวียนการทำงานต่อไป

5.สารทำความเย็น (Refrigerants)

สารทำความเย็นหรือเรียกอีกอย่างหนึ่ว่าน้ำยาแอร์คือ สารที่ทำให้เกิดความเย็นโดยการดูดความร้อน เมื่อขยายตัวหรือเปลี่ยนสภาพจากของเหลวเป็นไอ สารนี้ในสภาพไอ ถ้าได้ระบายความร้อนออกจะคืนสภาพเป็นของเหลว โดยน้ำยาแอร์นี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของวัฎจักรการสาร้างความเย็นของแอร์บ้าน เพราะทำหน้าที่เป็นตัวกลางดูดความร้อนในห้องออกมานอกห้องเพื่อทำให้น้ำยาเย็นอีกครั้งแล้วกลับเข้าไปซับความร้อนในห้องอีกอย่างต่อเนื่อง

4 อุปกรณ์หลักของแอร์บ้านที่สำคัญ

4 อุปกรณ์หลักของแอร์บ้านที่สำคัญ

มาทำความรู้จักอุปกรณ์หลักการทำงานของแอร์บ้านที่สำคัญ ประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์ คอยล์ มอเตอร์พัดลม และระบบฟอกอากาศกัน การที่เรามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์และการทำงานของแอร์บ้านก็ช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อแอร์บ้านเป็นไปได้อย่างมีบรรทัดฐานและทำการเปรียบเทียบระหว่างยี่ห้อต่อกันได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้เราเลือกซื้อแอร์บ้านที่มีคุณสมบัติได้ตรงตามความต้องการที่จะใช้งานของเราได้อีกด้วย

1.คอมเพรสเซอร์หรือภาษาอังกฤษที่ว่า Compressor

คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ขับเคลื่อนน้ำยา(Refrigerant) ในระบบแปลงน้ำยาให้สามารถทำความเย็นให้กับแอร์บ้านและปรับให้มีอุณหภูมิต่ำลงและความดันสูงขึ้น แบ่งประเภทคอมเพรสเซอร์ได้เป็นสามชนิดคือ หนึ่ง คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ (Reciprocating Compressor) ทำงานด้วยการใช้กระบอกสูบในการอัด เสียงดัง เหมาะสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ สอง คอมเพรสเซอร์โรตารี่ (Rotary Compressor) ทำงานด้วยการหมุนของใบพัดความเร็วสูง เสียงเงียบ เหมาะสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กหรือแอร์บ้านนั่นเอง สาม คอมเพรสเซอร์แบบขด (Scroll Compressor) ทำงานด้วยใบพัดรูปก้นหอย ความสั่นสะเทือนน้อย เสียงเงียบ เป็นคอมเพรสเซอร์รุ่นที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

2.คอยล์หรือภาษาอังกฤษที่ว่า Coil

ดอยล์เป็นอุปกรณ์แอร์บ้านที่สำคัญมากตัวหนึ่ง คอยล์มีไว้ใช้สำหรับระบายความเย็นและดูดซับความร้อในอากาศ ประกอบด้วย ท่อทองแดง และครีบอลูมิเนียม (Fin) คอยล์ประกอบไปด้วยคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น โดยทั้งนี้ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อคอยล์สิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาคือวัสดุที่ผลิตคอยล์ โดยดูว่ามี สารที่เคลือบป้องกันการกัดกร่อนหรือไม่ ดูลักษณะความหนาของครีบคอยล์ เป็นต้น การเลือกใช้คอยล์ที่มีคุณภาพก็ส่งผลให้อายุการใช้งานแอร์บ้านยาวนานขึ้น

3.มอเตอร์พัดลมหรือภาษาอังกฤษที่ว่า Fan Motor

อุปกรณ์มอเตอร์พัดลมเป็นส่วนสำคัญของแอร์บ้าน ทำหน้าที่ระบายและดูดซับความร้อน เพื่อการทำงานของแอร์บ้านนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้มอเตอร์พัดลมที่ดีนั้น ควรเลือกใช้มอเตอร์พัดลมที่มีวัตถุดิบในการผลิตจากขดลวดที่สามารถทนความร้อนได้สูงเป็นเวลานาน เพราะเป็นการช่วยให้ระบบการทำงานของมอเตอร์พัดลมนั้นไม่สะดุดง่ายและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานโดยไม่เสื่อมคุณภาพง่ายอีกด้วย ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อแอร์บ้าน สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ควรสอบถามคือข้อมูลวัตถุดิบในการผลิตของมอเตอร์พัดลม

4.ระบบฟอกอากาศหรือภาษาอังกฤษที่ว่า Air Purifier

ระบบฟอกอากาศกลายเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของแอร์บ้านเสียแล้ว เพราะระบบฟอกอากาศนั้นมีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนระหว่างกันและส่งผลให้อากาศนั้นบริสุทธิ์สดชื่น ระบบฟอกอากาศเป็นการทำงานส่วนเสริมของแอร์บ้านกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ความเย็นของแอร์บ้านได้สัมผัสที่สะอาดและสดชื่นได้มากขึ้น โดยระบบฟอกอากาศในปัจจุบันมีสาแบบให้เลือกใช้ได้แก่ ระบบฟอกอากาศด้วยวิธีการกรองธรรมดา (Filtration)  ระบบฟอกอากาศด้วยวิธีไฟฟ้าสถิตดักจับ (Electrostatic Precipitator) และระบบฟอกอากาศด้วยวิธีการปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer)

 

ข้อแตกต่างของระบบฟอกอากาศในแอร์บ้าน 3 ระบบ

ข้อแตกต่างของระบบฟอกอากาศในแอร์บ้าน 3 ระบบ

ระบบฟอกอากาศ หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Air Purifier ระบบฟอกอากาศนี้เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาผลิตรวมเข้ากับแอร์บ้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเครื่องแอร์บ้านให้มีความคุ้มค่าล้ำสมัยเหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน ที่ผ่านมาแอร์บ้านจะทำการแข่งขันกันในเรื่องเทคโนโลยีความเย็น ความเงียบ ซึ่งสองอย่างนี้กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ทุกผลิตภัณฑ์ของแอร์บ้านจำเป็นต้องมี ทำให้เทคนโลยีความเย็นและความเงียบนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก จนผู้ผลิตแอร์บ้านต้องใส่คุณค่าและความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการของตนเข้าไป โดยแอร์บ้านปัจจุบันได้มีฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการดูและสุขภาพมากขึ้นที่ได้กลายเป็นจุดขายและข้อแตกต่างระหว่างแอร์บ้านยี่ห้อต่างๆ ระบบฟอกอากาศของแอร์บ้านนั้นมีเพื่อป้องกันเชื้อโรคและไม่ใช้เชื้อโรคแพร่ในขณะที่เครื่องทำงาน โดยมีเทคโนโลยีหลายแบบในปัจจุบันเช่น ซิลเวอร์นาโน นาโนไทเทเนียม แผ่นกรองเฮปป้าฟิลเตอร์ พลาสม่าคลัสเตอร์ เป็นต้น ซึ่งในแต่ละระบบกรองก็จะมีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยระบบกรองอากาศแบบต่างๆนั้น ประกอบไปด้วย 3 ระบบที่แตกต่างกัน คือ ระบบฟอกอากาศแบบกรองโดยตรง ระบบฟอกอากาศด้วยวิธีไฟฟ้าสถิต และ ระบบฟอกอากาศด้วยวิธีการปล่อยประจุไฟฟ้าซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ระบบฟอกอากาศแบบกรองโดยตรง

ระบบฟอกอากาศในแอร์บ้านแบบกรองโดยตรง หรือ Filtration คือ การระบบการฟอกอากาศด้วยวิธีการใช้แผ่นกรองอากาศสำหรับดักจับฝุ่น โดยใช้ระรบบ HEPA ซึ่งเป็นการกำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.05 ไมครอน ทั้งนี้ผู้ใช้แผ่นกรองต้องหมั่นเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่ทุกๆเดือนเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคโดยถ้าหากต้องการกำจัดกลิ่นก็ยังสามารถเลือกแผ่นกรองคาร์บอนสำหรับดูซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆได้อีกด้วย

  1. ระบบฟอกอากาศด้วยวิธีไฟฟ้าสถิตดักจับ

ระบบฟอกอกาศในแอร์บ้านด้วยวิธีไฟฟ้าสถิตดักจับ หรือ Electrostatic Precipitator คือ ระบบการฟอกอากาศด้วยวิธีการกรองฝุ่นในอากาศด้วยตะแกรงไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Electric Grids โดยเป็นการใช้แผ่นโลหะชุดเรียงขนานกันเพื่อดูดฝุ่นโดยมีอายุการใช้งานจำกัดและต้องหยุดเครื่องเพื่อทำความสะอาดแผ่นโลหะนี้ด้วย

  1. ระบบฟอกอากาศด้วยวิธีการปล่อยประจุไฟฟ้า

ระบบฟอกอากาศในแอร์บ้านด้วยวิธีการปล่อยประจุไฟฟ้า หรือ Ionizer คือระบบการฟอกอาศจะทำการผลิตประจุไฟฟ้าลบออกมาพร้อมกับลมเย็น แล้วทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองในอากาศที่มีสถานะประจุไฟฟ้าเป็นบวก โดยฝุ่นละอองจะถูกดักจับรวกันและหล่นมากองบนพื้นห้อง ซึ่งสามารถทำความสะอาดห้องได้ปกติข้อดีของระบบการฟอกอากาศแบบนี้คือไม่ต้องเสียเวลาถอดแอร์บ้านออกมาทำความสะอาด